f
title
แขวงทางหลวงพิจิตร
วิสัยทัศน์ : เร่งรัด พัฒนางานบำรุงรักษาทางหลวงตามมาตรฐานรองรับการขนส่ง เพื่อความสะดวกปลอดภัย ภูมิทัศน์สวยงาม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
อีสานยังหนัก ! กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 9 กันยายน 2562 พบน้ำท่วม 6 จังหวัด จำนวน 19 สายทาง ผ่านไม่ได้ 14 แห่ง สอบถามเส้นทางโทร สายด่วน 1586 พร้อมแนะนำเส้นทางเลี่ยง

กรมทางหลวง โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ แจ้งว่า กรมทางหลวงได้ทำการสรุปเหตุการณ์อุทกภัยจากพายุโพดุลและคาจิกิ สถานการณ์น้ำปัจจุบันวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 11.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม 6 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และศรีสะเกษ ทางหลวงที่การจราจรผ่านไม่ได้ 14 แห่ง รายละเอียด ดังนี้ จ.ยโสธร จำนวน 1 แห่ง1. ทล.2351 ตอน พลไว – แข่โพนทอง ช่วงกม.ที่ 29 - 30- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 40 – 50 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 2 แห่ง1. ทล.202 ตอน โนนชัยศรี – บ้านบ่อ ช่วงกม.ที่ 254 – 258- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 30 – 40 ซม. ใช้ทางเลี่ยง ทล.23 อ.เสลภูมิ เข้าจ.ร้อยเอ็ด จากนั้นใช้ทล.215 ไปอ.สุวรรณภูมิ2. ทล.2043 ตอน ยางเฌอ – มหาชนะชัย ช่วงกม.ที่ 41 – 43- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางเลี่ยงจาก จ.ร้อยเอ็ด ใช้ ทล.215 ไป อ.สุวรรณภูมิจ.อุบลราชธานี จำนวน 9 แห่ง1. ทล.23 ตอน บ้านสวน - เขื่องใน ช่วงกม.ที่ 220-226- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 30 – 120 ซม. ใช้ทางเลี่ยง จาก ทล.212 ไป จ.อำนาจเจริญ จากนั้นใช้ทล.202 มุ่งหน้าไปจ.ยโสธร2. ทล.2049 ตอน ม่วงสามสิบ – พนา ช่วงกม.ที่ 14+990- เส้นทางขาดปิดการจราจร คาดว่าจะทอดสะพานเบลี่ย์ (สะพานโครงเหล็กชั่วคราว) แล้วเสร็จในวันนี้ ใช้ทางเลี่ยงจากอ.ม่วงสามสิบ ทล.2112 ไป อ.ลืออำนา จากนั้นเลี้ยวขวาใช้ ทล.2134 ไปอ.พนา3. ทล.2050 ตอน อุบลราชธานี – ตระการพืชผล ช่วงกม.ที่ 29-36- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 5 - 10 ซม. ปิดการจราจร กม.29 – 33 ให้ใช้ทางเลี่ยงที่ 1 จากอ.วารินชำราบ ใช้ทล.2112 เลี้ยวขวาที่อ.ลืออำนาจ เข้าสู่ทล.2134 เพื่อไปอ.ตระการพืชผล และเส้นทางเลี่ยงที่ 2 ใช้ทล.231 ที่กม.36 เข้าสู่ ทช.อบ.4005 ถึงบ้านม่วงโคน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทล.21344. ทล.2382 ตอน เขื่องใน – ธาตุน้อย ช่วงกม.ที่ 2 – 3- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 20 - 70 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่5. ทล.2383 ตอน ม่วงสามสิบ – ดู่น้อย ช่วงกม.ที่ 11 - 15- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 60 - 80 ซม. ปิดการจราจร กม.10 – 17 ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่6. ทล.2404 ตอน เขื่องใน – นาคำใหญ่ ช่วงกม.ที่ 0 – 4- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 30 - 80 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่7. ทล.2404 ตอน เขื่องใน – นาคำใหญ่ ช่วงกม.ที่ 4+800- คอสะพานชำรุดปิดการจราจร ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่8. ทล.2406 ตอน บ้านโคก – ธาตุกลาง ช่วงกม.ที่ 5 – 8- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 30 – 60 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทล.23 ที่กม.202 เลี้ยวขวาเข้าทล.2083 ไปอ.มหาชนะชัย เลี้ยวซ้ายเข้าทล.2351 ไปอ.ยางชุมน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าทล.2086 บรรจบ ทล.226 เข้าสู่จ.อุบลราชธานี9. ทล.2413 ตอน บ้านเอ้ – หนองขอน ช่วงกม.ที่ 12 – 13- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 141 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ จำนวน 1 แห่ง1. ทล.2210 ตอน ขมิ้น – น้ำปลีก ช่วงกม.ที่ 21-22- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 50 – 60 ซม. ใช้ทางเลี่ยง จากแยกน้ำปลีก ใช้ทล.202 ไปตัวเมืองอำเภออำนาจเจริญ เลี้ยวขวาเข้า ทล.212 ลืออำนาจ ไปแยกบ้านหลักชัย เลี้ยวขวาเข้าหัวตะพาน ทล.2210จ.ศรีสะเกษ จำนวน 1 แห่ง1. ทล.2412 ตอน ท่าศาลา – ละทาย ช่วงกม.ที่ 12 - 16- น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทางเลี่ยง อยู่ระหว่างจัดทำทางเลี่ยง จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่ทั้งนี้ กรมทางหลวง ได้ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย อุปกรณ์นำทาง ในบริเวณทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย โดยขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวง ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอน 2 (ด้านใต้) แล้วเสร็จ ระบายการจราจรในตัวเมืองโคราช

กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 ได้ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 290 สายถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอน 2 (ด้านใต้) แล้วเสร็จ ระยะทางรวม 29.22 กิโลเมตร โดยโครงการนี้แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 ตอน ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 ตอน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ แนวเส้นทางเริ่มจากบ้านหนองไทรถึงบ้านหนองบัวศาลา อยู่ในพื้นที่ อ.ปักธงชัย, อ.เมืองนครราชสีมา และ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ลักษณะโครงการ สายถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอน 2 (ด้านใต้) เป็นการก่อสร้างคันทางใหม่ มาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจรตลอดสาย งบประมาณ 987,934,080 บาท สำหรับตอน 2 นี้ แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้ช่วงที่ 1 เริ่มจาก กม.2 + 400.000 - กม.17 + 540.000 ระยะทางยาวประมาณ 15.14 กิโลเมตร เป็นงานก่อสร้างคันทางใหม่ ด้านซ้ายทาง จำนวน 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร รวมความกว้าง 11.00 เมตร ขอบสะพานข้างละ 0.50 เมตร ความยาวสะพานรวม 60 เมตร ช่วงที่ 2 กม.17 + 940.680 - กม.12 + 523.486 ระยะทางประมาณ 14.08 กิโลเมตร เป็นงานก่อสร้างคันทางใหม่ ด้านซ้ายและขวา จำนวน 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้านเกาะกลางแบบกดเป็นร่อง ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ระยะทางตลอดสายทั้งหมด 110 กิโลเมตร เป็นถนนวงแหวนรอบเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีระยะทางยาวที่สุดในต่างจังหวัดและระยะทางยาวเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทยรองมาจากถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) จะเป็นเส้นทางที่สามารถระบายการจราจรที่คับคั่งในเมือง อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เส้นทางและประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ส่งเสริมศักยภาพทางด้านการคมนาคม การค้า การขนส่ง โดยรวมของภาคอีสาน และสามารถรองรับการขยายตัวของผังเมืองรวมในอนาคต กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวงเปิดเผยผลการเปิดซองเอกสารข้อเสนอทางด้านการลงทุนและผลตอบแทน การให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81)

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้ประกาศเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอการร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ในรูปแบบ PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี โดยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ได้มีผู้ยื่นข้อเสนอจำนวน 3 ราย ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ ได้มีมติเห็นชอบให้ผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 รายผ่านเกณฑ์การประเมินข้อเสนอซองที่ 1 ข้อเสนอด้านคุณสมบัติและเทคนิค ประกอบด้วย(1) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ยื่นข้อเสนอทั้งสาย M6 และ M81 (2) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท China Communications Construction Company Ltd. ยื่นข้อเสนอสำหรับสาย M6 ในนามกลุ่มกิจการร่วมค้า UN-CCCC และยื่นข้อเสนอสำหรับสาย M81 ในนามกลุ่มกิจการร่วมค้า CCCC-UN(3) กิจกรรมร่วมค้า บีจีเอสอาร์ นำโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอทั้งสาย M6 และ M81 วันที่ 19 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ดำเนินการเปิดซองเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน ของผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย โดยมีตัวแทนของของผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 รายเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งผลปรากฏว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ผู้ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน ดังนี้(1) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 29,849 ลบ.(2) กลุ่มกิจการร่วมค้า CCCC-UN ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 26,289 ลบ.(3) กิจกรรมร่วมค้า บีจีเอสอาร์ ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 21,329 ลบ. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ผู้ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทนดังนี้(1) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 25,196 ลบ.(2) กลุ่มกิจการร่วมค้า UN-CCCC ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 23,149 ลบ.(3) กิจกรรมร่วมค้า บีจีเอสอาร์ ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทน 17,809 ลบ. อธิบดีกรมทางหลวง ยังเปิดเผยต่อไปอีกว่า ขั้นตอนจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดความสมบูรณ์ถูกต้องและครบถ้วนของข้อเสนอซองที่ 2 ของผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย โดยข้อเสนอจะต้องมีความเป็นไปได้และเป็นไปตามข้อกำหนด ก่อนที่จะพิจารณาจัดลำดับเพื่อหาผู้ที่ผ่านการประเมินสูงสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอขอรับค่าตอบแทนต่ำที่สุดและตรวจสอบแล้วว่าข้อเสนอมีความครบถ้วนสมบูรณ์ จะถือว่าเป็น “ผู้ผ่านการประเมินสูงสุด” ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562 และต่อจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอซองที่ 3 ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการและการดําเนินงานของกรมทางหลวง และขั้นตอนการเจรจากับผู้ผ่านการประเมินสูงสุด ก่อนที่จะประเมินให้เป็น“ผู้ชนะการคัดเลือก” และพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ของ พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุนฯ ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนได้ภายในเดือนมกราคม 2563 สำหรับขอบเขตความรับผิดชอบของเอกชนตามสัญญานี้ ประกอบด้วยงานระยะที่ 1 การลงทุนออกแบบและติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและระบบบริหารจัดการจราจรที่ทันสมัย พร้อมก่อสร้างอาคารต่างๆ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลา 3 ปี ต่อจากนั้นจะเป็นงานระยะที่ 2 เอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทั้งในส่วนของงานโยธาและงานระบบ ตลอดระยะเวลา 30 ปี อาทิเช่น การจัดเก็บเงินค่าผ่านทางนำส่งให้กรมทางหลวง (รัฐเป็นเจ้าของรายได้ค่าผ่านทาง) การบริหารจัดการและควบคุมการจราจร งานด่านชั่งน้ำหนัก งานกู้ภัย การซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนและอุปกรณ์ระบบต่างๆ เป็นต้น โดยเอกชนจะได้รับค่าตอบแทนการให้บริการ (Availability Payment) หลังจากการเปิดให้บริการเส้นทางเต็มรูปแบบแล้ว ภายในวงเงินรวมไม่เกิน 33,258 ล้านบาท สำหรับสายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และไม่เกิน 27,828 ล้านบาท สำหรับสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ทั้งนี้ หากการปฏิบัติงาน O&M ของเอกชนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เช่น ความเรียบของผิวถนน การสะท้อนแสงของป้ายและเส้นจราจร ความสว่างของไฟส่องทาง การซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหายให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด การจัดการรถติดขัดบริเวณหน้าด่าน การตอบสนองต่ออุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉิน ความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์งานระบบต่างๆ ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ อัตราการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต การรักษาคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน ISO เป็นต้น เอกชนจะถูกปรับลดค่าตอบแทนที่จะได้รับในแต่ละไตรมาสตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ต่อไป